นำลูกสุนัขมาเลี้ยงอย่างไรให้น้องมีสุขภาพดี

นำลูกสุนัขมาเลี้ยงอย่างไรให้น้องมีสุขภาพดี

สำหรับคนที่ไม่มีประสบการณ์ การเลี้ยงลูกสุนัขคงเป็นเรื่องที่ฟังดูน่ากลัวไม่น้อย จริงอยู่ที่ว่าวิธีเลี้ยงลูกสุนัขมีรายละเอียดที่เราต้องใส่ใจมากมาย แต่ก็ไม่ได้ยากอย่างที่ใครหลายคนคิด เพียงแต่เราต้องให้ความสำคัญและมีเวลาดูแลลูกสุนัขของเราเท่านั้นเองโดยปกติแล้ว ถ้าแม่สุนัขคลอดลูก แม่สุนัขจะมีสัญชาตญาณในการเลี้ยงดูลูกอยู่แล้วตามธรรมชาติ เรามีหน้าที่เพียงคอยจัดหาอุปกรณ์และช่วยเหลือเบื้องต้นบ้าง แต่ถ้าเกิดว่าแม่สุนัขไม่สามารถเลี้ยงลูกได้หรือเรานำลูกสุนัขที่ยังแบเบาะมาเลี้ยง เมื่อมาถึงตรงนี้เราจะมีหน้าที่ “คุณแม่จำเป็น” โดยอัตโนมัติ ซึ่งในบทความนี้จะสอนทุกท่านถึงวิธีเลี้ยงลูกสุนัข ตั้งแต่การเตรียมตัวและการดูแลลูกสุนัขทั้งเรื่องสำคัญอย่างอาหารและสุขภาพในช่วงหลังคลอดไปจนถึงช่วงหย่านมให้ได้ทราบกัน

เตรียมความพร้อมก่อนนำลูกสุนัขมาเลี้ยงในบ้าน

1. จัดเตรียมสถานที่

ก่อนที่นำลูกสุนัขมาเลี้ยง เราควรเตรียมห้องไว้ซักห้องหรือหากไม่มีอาจเป็นมุมหนึ่งในบ้าน โดยมีสิ่งสำคัญคือต้องค่อนข้างเงียบ ไม่มีคนพลุกพล่านหรือเดินผ่านไปมาตลอดเวลาและสะอาด การจัดเตรียมพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วนจะช่วยให้เราสามารถดูแลลูกสุนัขได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น

2. เตรียมที่นอนและอุปกรณ์จำเป็นต่างๆ

เราควรเตรียมที่นอนไว้ก่อนที่จะรับลูกสุนัขมาเลี้ยง ที่นอนของลูกสุนัขอาจจะเป็นตะกร้าปูด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ หรือจะเป็นที่นอนสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะที่ขายกันในร้านขายของสัตว์เลี้ยงเลยก็ได้ ร่างกายของลูกสุนัขยังควบคุมอุณหภูมิร่างกายตัวเองไม่ค่อยได้ จึงควรได้รับความอบอุ่นทันที หากในช่วงที่มีอากาศหนาวอาจจะต้องเพิ่มไฟกกเพื่อให้อุณหภูมิสุนัขไม่ลดต่ำมากเกินไป นอกจากนี้อุปกรณ์จำเป็นต่างๆ เช่น ขวดนมสำหรับสุนัข ซึ่งมีขนาดจุกนมที่ไม่ใหญ่เกินไป กรงแบบกระเป๋าเอาไว้พาลูกสุนัขไปหาหมอ และชามอาหาร ชามใส่น้ำ ก็ไม่ควรมองข้าม

3. เตรียมนมและอาหาร

อย่างแรกที่เราควรทราบเลยคือลูกสุนัขห้ามกินนมวัวเด็ดขาด โดยเฉพาะลูกสุนัขที่ยังไม่หย่านมเพราะว่าในน้ำนมวัวมีปริมาณสารอาหารที่ไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตในลูกสุนัข และร่างกายลูกสุนัขบางตัวก็ไม่มีเอนไซม์ย่อยแลคโตสซึ่งเป็นน้ำตาลในน้ำนมวัวอีกด้วย จึงอาจทำให้ลูกสุนัขท้องเสีย รวมไปถึงนมผงสำหรับเด็ก นมกล่อง หรือนมข้นหวานก็ห้ามใช้เช่นกัน โดยเราควรเลือกเป็นน้ำนมทดแทนสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะแทน และอย่าลืมศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารลูกสุนัข 2 เดือน ไว้เตรียมพร้อมด้วย เพราะเป็นช่วงเวลาที่ลูกสุนัขเริ่มหย่านมและหัดกินอาหารเม็ดแล้วนั่นเอง

4. ประเมินเวลาและค่าใช้จ่าย

การเลี้ยงลูกสุนัขนั้นจำเป็นต้องมีเวลาดูแลค่อนข้างมาก หากตัดสินใจเริ่มต้นรับเลี้ยงลูกสุนัขแล้วเราอาจะต้องแบ่งเวลาหรือตกลงกับสมาชิกในบ้านมาผลัดกันดูแล นอกจากนี้เรื่องค่าใช้จ่ายก็สำคัญเช่นกัน บางคนอาจคิดว่าเลี้ยงสุนัขตัวเดียวไม่น่ามีอะไรมากหรอก แต่จริงๆ แล้วเราต้องเตรียมค่าใช้จ่ายทั้งเรื่องค่าอาหาร ค่าฉีดวัคซีน และอุปกรณ์จำเป็นต่างๆ เมื่อลูกสุนัขโตขึ้นด้วย

5. เตรียมตัวและเตรียมใจ

สุดท้ายก่อนที่เราจะเริ่มเลี้ยงลูกสุนัขซักตัวหนึ่ง เราต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม อย่าลืมถามตัวเราก่อนว่าพร้อมดูแลเขาไปทั้งชีวิตหรือไม่ เพราะการเลี้ยงสุนัขเราต้องดูแลเขาไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต เพราะแบบนั้นเราจึงต้องตั้งใจจริงและดูแลเขาด้วยความรัก อย่างที่สุนัขเองก็มอบความรักให้กับเราเช่นกัน

สัตว์เลี้ยง

การให้อาหารลูกสุนัข

1. เลือกชนิดของนมให้ถูกต้อง

หากเป็นไปได้ ควรเลือกนมทดแทนสำหรับลูกสุนัขโดยเฉพาะ ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายของสำหรับสัตว์เลี้ยงต่างๆ แต่ถ้าไม่สามารถหาได้จริงๆ ให้เลือกเป็นนมแพะแทน ส่วนนมที่ห้ามให้ลูกสุนัขกินเด็ดขาดเลย คือ นมวัว นมผงสำหรับเด็ก นมกล่องทุกชนิด และนมข้นหวานแบบต่างๆ การให้นมที่ไม่ถูกต้องจะทำให้ลูกสุนัขท้องเสีย ได้รับสารอาหารไม่เหมาะสม จนทำให้ร่างกายอ่อนแอและเสียชีวิตได้

2. เตรียมนมให้พร้อมก่อนป้อน

ลูกสุนัขแต่ละช่วงอายุต้องการนมในปริมาณที่แตกต่างกัน ดังนี้

– ลูกสุนัข อายุประมาณ 1 อาทิตย์ ต้องการนม 13 ซีซี ต่อวัน

– ลูกสุนัข อายุประมาณ 2 อาทิตย์ ต้องการนม 17 ซีซี ต่อวัน

– ลูกสุนัข อายุประมาณ 3 อาทิตย์ ต้องการนม 20 ซีซี/น้ำหนักตัว 100 กรัม ต่อวัน

– ลูกสุนัข อายุประมาณ 4 อาทิตย์ ต้องการนม 22 ซีซี/น้ำหนักตัว 100 กรัม ต่อวัน

โดยก่อนป้อนนมเราต้องอุ่นนมก่อนทุกครั้ง หากให้ลูกสุนัขกินนมเย็นจะทำให้ท้องเสียได้ น้ำนมที่ให้ควรมีอุณหภูมิประมาณ 35-37.8 องศาเซลเซียส และควรให้นมจากขวดนมสำหรับสุนัขเท่านั้นเพราะจุกของขวดนมทำมามีขนาดพอดีกับปากลูกสุนัขที่ไม่ใหญ่มาก หากใช้ขวดนมเด็กจะทำให้จุกมีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับลูกสุนัขได้

3. วิธีการป้อนนมลูกสุนัข

เริ่มต้นโดยจัดท่าลูกสุนัขให้ถูกต้อง ห้ามให้ลูกสุนัขนอนหงายเด็ดขาด ควรให้ลูกสุนัขนอนคว่ำแล้วหนุนบริเวณหัวให้สูงกว่าลำตัว แล้วให้ลูกสุนัขกินนมจากขวดนม วิธีนี้จะทำให้ลูกสุนัขกินนมง่ายได้มากที่สุด หลังให้นมแล้วสิ่งที่ต้องทำคือเช็กดูว่าท้องของลูกสุนัขขยายขนาดใหญ่เกินไปหรือไม่ ถ้าท้องขยายมากไปอาจแสดงว่าลูกสุนัขท้องอืด ควรพาไปพบสัตวแพทย์

ส่วนความถี่ของการให้นมลูกสุนัขนั้นขึ้นอยู่กับช่วงอายุ ยิ่งลูกสุนัขอายุน้อยยิ่งต้องให้นมบ่อยขึ้น ดังนี้

– ลูกหมาที่อายุประมาณ 2-3 วัน ต้องป้อนนมทุกๆ 2 ชั่วโมง

– ลูกหมาที่อายุประมาณ 4-7 วัน ต้องปอ้นนมทุกๆ 3 ชั่วโมง

– ลูกหมาที่อายุประมาณ 2 สัปดาห์ ต้องป้อนนมทุกๆ 4 ชั่วโมง

– ลูกหมาที่อายุประมาณ 3 สัปดาห์ขึ้นไป ต้องป้อนนม วันละ 4-5 ครั้ง

4. เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการหย่านม

ปกติแล้วลูกสุนัขจะหย่านมตอนอายุประมาณ 8 สัปดาห์ แต่ประมาณอายุ 6 สัปดาห์เราอาจจะเริ่มแนะนำอาหารเม็ดให้สุนัขได้ลองฝึกทานดูได้ โดยเริ่มต้นจากเอาอาหารเม็ดแช่น้ำอุ่นจนนิ่มหรือแช่นมแล้วให้ลูกสุนัขกินทีละน้อย แต่เนื่องจากร่างกายของลูกสุนัขช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงการเจริญเติบโต จึงต้องเลือกอาหารเม็ดที่มีคุณภาพและสารอาหารครบถ้วน ให้ลูกสุนัขของคุณได้รับประสบการณ์การกินอาหารเม็ดด้วย SUPERCOAT® (ซุปเปอร์โค้ท®) สูตรลูกสุนัข ที่ทำมาเพื่อลูกสุนัขโดยเฉพาะ

5. การฝึกให้กินอาหารเม็ด

หลังอายุ 8 สัปดาห์แล้ว ถึงเวลาที่เราให้ลูกสุนัขได้ลองทานอาหารเม็ดเป็นหลัก ค่อยๆ ลดปริมาณนมลง อาหารลูกสุนัข 2 เดือนเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ดังนั้นเราจึงต้องเลือกอาหารที่จะให้อย่างตั้งใจ ควรเลือกอาหารเม็ดที่มีคุณภาพ สารอาหารครบถ้วน มีความน่าเชื่อถือ โดยเราขอแนะนำ SUPERCOAT® (ซุปเปอร์โค้ท®) สูตรลูกสุนัข อาหารเม็ดที่คิดค้นมาเพื่อลูกสุนัขโดยเฉพาะ คัดสรรวัตถุดิบด้วยโปรตีนคุณภาพสูง อุดมไปด้วยวิตามินอี และวิตามินซี ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ มี DHA ช่วยในการพัฒนาของสมองและการมองเห็น แคลเซียมช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน และที่สำคัญคือปราศจากสีและวัตถุปรุงแต่งกลิ่นรสสังเคราะห์ เพื่อให้ปลอดภัยสำหรับลูกสุนัขจริงๆ

ติดตามข่าวสารบทความของสัตว์เลี้ยงได้ที่นี่ >>> ชื่อสัตว์เลี้ยงที่เป็น ‘เมนูอาหารและเครื่องดื่ม’ ได้รับความนิยมมากขึ้นในปี 2022

ชื่อสัตว์เลี้ยงที่เป็น ‘เมนูอาหารและเครื่องดื่ม’ ได้รับความนิยมมากขึ้นในปี 2022

จากสถิติของ Rover.com ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกันที่ดำเนินธุรกิจตลาดออนไลน์สำหรับคนที่จะซื้อและขายบริการการดูแลสัตว์เลี้ยง

ใครตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงเป็นเมนูอาหารและเครื่องดื่มบ้าง? ไม่ต้องแปลกใจ เพราะคุณไม่ใช่คนเดียว

หลายคนอาจมีสัตว์เลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคู่ใจ เป็นเพื่อนคุยยามเหงา หรือแม้แต่มีไว้เพื่อเป็นพลังใจในแต่ละวัน ซึ่งในยุคนี้ถือเป็นช่วงที่หลายคนหันมาให้ความสนใจกับสัตว์เลี้ยงกันมากขึ้น ใครกำลังมองหาสัตว์เลี้ยงน่ารักๆ แต่ยังไม่มีชื่อให้พวกมัน วันนี้ THE STANDARD POP มีไอเดียการตั้งชื่อสัตว์เลี้ยงมาฝากทุกคน

ข่าวสัตว์โลก

จากสถิติของ Rover.com ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกันที่ดำเนินธุรกิจตลาดออนไลน์สำหรับคนที่จะซื้อและขายบริการการดูแลสัตว์เลี้ยงระบุไว้ว่า ตามการวิเคราะห์ชื่อสัตว์เลี้ยงหลายล้านตัวที่ถูกส่งมาโดยผู้ปกครองสัตว์ พบว่าส่วนใหญ่เป็นชื่อที่อยู่ใน ‘เมนูอาหารและเครื่องดื่ม’

ซึ่งชื่อสุนัขที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ที่ไม่น่าเป็นไปได้กลับเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา โดย Rover.com ระบุว่า ‘Hotpot’ เพิ่มขึ้น 1,085% ถือเป็นอันดับ 1 และชื่ออื่นๆ ที่ได้รับคำนิยมอย่างมากคือ Sashimi เพิ่มขึ้น 785%, Pastrami เพิ่มขึ้น 485%, Yerba เพิ่มขึ้น 485% และ Calzone เพิ่มขึ้น 435% ซึ่งไม่เพียงแต่เมนูอาหารเท่านั้น เพราะเครื่องดื่มอย่างวอดก้า เช่น Truly, Gin, Mai Tai และ Seltzer ก็ยังเป็นชื่อสุนัขได้

ในฝั่งของแมวก็ไม่น้อยหน้า เมื่อพิจารณาชื่อแมวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหาร 10 อันดับแรก ได้แก่ Roll, Green Bean, Casserole, S’more, Tamale, Morel, Parsley, Gravy, Chili, Sourdough และเครื่องดื่ม Gimlet, Chardonnay และ Vino

นอกจากนี้ทาง Rover.com ยังได้เสนอชื่อที่กำลังมาแรงในปีนี้ เพื่อเป็นไอเดียในการตั้งชื่อสัตว์เลี้ยง ซึ่งได้แก่ Doritos, Cheddar Cheese, Cheeto Puff, Gazpacho, Stroopwafel, Taco Bella, Spicy Nugget, Mcriblet, Mcgriddle, Kulshan, Miller Lite, Dutch Bro และ Dunk’N